ไดอารี่ : เปิดเทอมวันแรก

posted on 27 May 2015 22:43 by littleworm in Diary directory Diary
 

ไดอารี่ : เปิดเทอมวันแรก

คำเตือน กระทู้นี้เต็มไปด้วยคำผิดหลักไวยากรณ์ คำหาบ คำถ่อย พฤติกรรมบางอย่างไม่เหมาะสม ขออภัยนะจ๊ะ

อีกเตือน เป็นครูผู้ช่วยแล้วนะ เลยตัดคำว่าครูฝึกสอนออก แต่ก็กลับมาอัพแล้วหลังจากร้างไปเป็นปีๆ


ผมฝัน

 

ในฝัน ผมเดินเข้าไปในดงงู ผมเดินอยู่บนสะพานไม้ที่เต็มไปด้วยงู เดินคู่กะใครไม่รู้ หนูจำไม่ได้ ตอนที่เดิน หนูโดนงูกัดเข้าที่น่องขวา ฉับพลัน ขาขวาผมก็ชาไร้ความรู้สึกทันที บนขามีรอยกัดเล็กๆเป็นรูเขี้ยวสองรู และผมก็พยายามคลานไปข้างหน้าต่อ อ้าว ไอ้ใครที่กำลังเดินข้างๆหนูแมร่งหายไปไหนแล้ววะ มาลากกูไปต่อทีสิโว้ย

 

ผมสะดุ้งตื่น มองม่านที่หน้าต่าง อืมมม สว่างแล้ว

 

หมอนข้างที่ผมกอดอยู่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทำไมมันร้อนงี้วะ แต่เอ๊ะ เดี๋ยวนะ...

 

ไอ้สัส!!!! สว่างแล้วนี่หว่า

 

ตายห่าละ ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา เชี่ยยยยย อีกสิบนาทีจะเจ็ดโมง ฉิบหายๆๆๆๆ เปิดเทอมวันแรก กูกำลังจะสายยยยยยยย

 

อาบน้ำ แปรงฟัน แต่งตัวด้วยชุดกากีในสิบนาที ดีนะที่เมื่อคืนเห่อ แอบรีดไว้ ไม่งั้นนรกของจริง

 

เมื่อคืน ผอ. ส่งไลน์มาบอกว่า สพฐ. มีนโยบายว่าจะให้ ผอ. มายืนที่ประตูหน้าเพื่อรอรับนักเรียนร่วมกับครูเวร ถึงแม้มันจะไม่ใช่เวรประจำวันของหนู แต่บริเวณประตูมันเป็นบริเวณรับผิดชอบทำความสะอาดนี่ ถ้าบอสเดินมาแล้วไม่เห็นหนู โดนด่ายับแน่นอน

 

หนูรีบกระโดดขึ้นน้องอัลมี่ (นิสสัน อัลมีร่า) แล้วดริฟจากห้องเช่าเข้าโรงเรียนอย่างไว

 

ถึงโรงเรียน โอวววว หนูมาเช้ากว่าครูหลายๆคน (ปกติสายตลอด) ดีจุง

 

วันแรกของเทอม โรงเรียน รก มาก!! เนื่องจากโรงเรียนหนูอยู่ในป่า มันก็เต็มไปด้วยซากแมลง ขี้นก ขี้หนู ขี้ตุ๊กแก ซากรังนก ใบไม้ กิ่งไม้ เกลื่อนทุกอณูของโรงเรียนหมดเลย จะให้นักเรียนกวาดก็คาดว่าจะไม่หมด หนูเลยหยิบไม้กวาดมากวาดเองแมร่งเลย

 

และเนื่องด้วยอากาศเมืองไทยที่ร้อนเกินไป เปียกจ้ะ เปียกทั้งชุดกากี

 

และก็เข้าแถวเคารพธงชาติ สวดมนต์ตามปกติ แต่รู้สึกได้ว่า คนน้อยลงจากเทอมที่แล้วมากๆ (โรงเรียนของหนูมี 106 คน)

 

เนื่องจากขึ้นเทอมใหม่ ปีการศึกษาใหม่ หนูก็เลยได้นักเรียนใหม่มาด้วย อันที่จริงนักเรียนชั้น ป.3 มีทั้งสิ้น 10 คน แต่วันนี้มา 8 เนื่องจากป่วยไปซะ 2 สภาพเลยอย่างที่เห็น

 

โรงเรียนหนูเรียนผ่านดาวเทียมไกลกังวลของในหลวง ซึ่งเหมาะมากกับโรงเรียนขนาดเล็กที่นักเรียนก็ทั้งน้อย ทั้งครูไม่พอ นี่ก็เลยเป็นทางออกที่ช่วยเบาแรงไปเยอะเลย

 

วันแรก คือช่วงเวลาแห่งการแจกของ แจกทั้งกระเป๋า สมุด ดินสอ ไม้บรรทัด ยางลบ และยังวุ่นวายกับการจัดห้องอยู่เลย นี่เตรียมไม่ทันเพราะเสาร์อาทิตย์ที่แล้วไปเรียนปริญญาโทมา เหนื่อยสุดใจขาดดิ้น

 

เด็กที่สอนนี่ก็เคยสอนมาบ้างแล้วตอนปีที่แล้ว นิสัยใจคอก็พอรู้บ้าง

 

ชั่วโมงสุดท้าย คาบชุมนุม (มึงกระโดดข้ามวันเลยเรอะ) เป็นเวลาให้นักเรียนเลือกชุมนุมกันเอง มีกันทั้งหมด 3 ชุมนุม คือ กีฬา ศิลปะ และเกษตร ชุมนุมที่ฮอตที่สุดจะเป็นชุมนุมกีฬา ซึ่งนักเรียนปกติก็น้อยอยู่แล้ว และพอแห่กันเกือบทั้งโรงเรียนไปเลือกชุมนุมกีฬากันหมด ชุมนุมที่เหลือก็คือ คนร่อยหรอมาก

 

ปีที่แล้วเข้าศิลปะและเกษตรชุมนุมละไม่ถึง 20 คน

 

ปีนี้ก็เลยคุยกับครูคนอื่นว่า จัดให้เด็กซะเลยดีมั้ย สุดท้ายก็คือ จะดให้เด็กนั่นแหละ เพื่อป้องกันปัญหาคนแห่เข้าชุมนุมกีฬา 55555 (แล้วจะให้เขียนใบสมัครทำไมหนอ : นักเรียนคิด)

 

แหม่ อยากจะมีโมเม้นแกล้งเด็กแบบว่า พอเข้าชุมนุมกีฬาก็จะให้เด็กวิ่งรอบสนามอย่างเดียว 55555555 (หนูเล่นกีฬาไม่เป็น)

 

เลิกเรียนก็ กลับบ้านกันปกติ ไม่มีอะไร

 

แต่วันนี้มันร้อนจริงๆ ร้อนมาก ร้อนนรก ร้อนจนคิดว่าชุดกากีเนี่ยมันไม่เหมาะกับการใส่มาสอนจริงๆ

 

เฮ้ออออ อยากให้ห้อง ป.3 ติดแอร์

 
 
.
.
.
.
.
 
- อะไรก็ตามที่เป็นอย่างแรก เราจะจำไปทั้งชีวิต

- เป็นครูประจำชั้น 6/2 ห้วยกะปิ ขึ้นชื่อว่าดื้อและมึนที่สุดในโรงเรียน พอได้มาเป็น อืมมมมม ครูจะจำไปทั้งชีวิต!!

- หนึ่งปีที่ผ่านมา ประมวลผลการฝึกสอน ห้วยกะปิให้อะไรมาหลายอย่างมาก พูดไม่เก่ง ทำได้แค่เขียน จะมีนักเรียนเข้ามาอ่านมั้ยว้า

- เข้าสอนใหม่ๆ โคตรเกร็ง ไปไม่เป็นเพราะพูดไม่เก่ง 

- ตอนนี้ก็ยังคงไปไม่เป็น เพราะขั้นนำการสอน ไม่รู้จะพูดอะไร

- ครูพูดเสียงเบามาก ไม่อยากตะเบ็งเสียง แต่สู้เสียงเด็กบางคนไม่ไหวจริงๆ ก็เลยตะโกนแข่งแมร่งเลย (ยกตัวอย่างเช่นไอ้ฝ้าย และตัวพูดมากอย่างไอ้พอมแพม)

- ความรู้น้อย แอบไปอ่านหนังสือก่อนสอนนักเรียนแค่ 10 นาที (ครูดีห้ามเลียนแบบ)

- เด็กที่จำหน้ามันได้ส่วนใหญ่นี่ เด็กดื้อ ตัวหายนะ ตัวขี้เกียจทั้งนั้น ยกตัวอย่างดีมั้ยนะ

- วิชาสังคมมันต้องพูดมาก พอพูดมากก็ลิ้นพันกัน พันกันปุ๊บ นักเรียนหนุกหนาน บางทีก็แกล้งว่าลิ้นพันกัน 555

- เคยสอนเด็กไปผิดๆ สามห้องสอนไม่ตรงกันสักห้อง แล้วมาแก้ความรู้ให้ใหม่ก่อนจะสอบมัน (บอกข้อสอบขนาดนั้นมันยังตอบไม่ถูกเลย เด็กง่าว)

- ครูพี่เลี้ยงชอบมานั่งกดดันในห้องเวลาสอน แรกๆเกร็ง ไม่กล้าเล่นมุก หลังๆนี่ตบเกรียนนักเรียนโชว์เลย (ครูดีห้ามเลียนแบบ)

- มีเด็กพิเศษมาให้สอน แรกๆคิดว่าจะต้องปฏิบัติกะเด็กกลุ่มนี้เป็นพิเศษ ปรากฏว่ายิ่งอยู่ด้วย มันยิ่งไม่ทำงาน

- ช่วงหลังเลยอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ

- 6/2 มึนมาก สอนเข้าสมองยากมาก แต่สอนเป็นห้องแรกทุกที ครูก็มึน เด็กก็มึน พอกัน

- 6/1 พวกตั้งใจเรียนก็ตั้งใจสุดๆ ปลื้มมาก ส่วนพวกไม่ตั้งใจนี่ อยากกระโดดถีบขาคู่เลยนะ

- 6/1 อีกรอบ แรกๆตั้งใจฟังมาก แต่พอสอนไปเยอะๆ หลังๆแมร่งนั่งมึนนะนักเรียน พูดอะไรผิดถูกมันพยักหน้ากันหมดเลย (ตกลงที่สอนไปรู้เรื่องมั้ย)

- 6/3 ขยันทำงานที่สุดแล้ว ช่วยเหลือกันดี สอนห้องนี้สนุกที่สุด

- แต่ระยะหลัง ไอ้คุณหลง คุณกล่อง คุณเต้ย และคุณกฤต แมร่งดื้ออาการหนัก กลายเป็นว่าเทอมสอง ห้องนี้สอนแล้วเหนื่อยที่สุด

- ทำไมห้วยกะปิมีแต่เด็กติดเกม หรือโรงเรียนอื่นก็เยอะเหมือนกัน 

- ระยะหลัง เล่นเกมกับเด็กซะเลย 5555

- ครูกอดนักเรียนบางคนบ่อย ติดสถานะให้ว่าเป็นลูกชาย จนเด็กบางคนอย่างได้ตำแหน่งนั้นบ้าง (แอบได้ยินมา)

- เด็กบางคนก็ไม่กล้าเข้ามากอดจนวันสุดท้าย

- บางคนเราอยากกอดจัง แต่มันวิ่งหนี 5555

- คำหยาบในโรงเรียนนี่ ปราบยากมาก ไอ้เหี้ย ไอ้สัตว์ ลอยกันเกลื่อนห้อง ไล่ตบปากกันแทบไม่ทัน รัวออกมาเป็นปืนกลกราดยิงตายยกห้อง

- แต่บางทีครูก็หลุดออกมาเหมือนกันนะ

- ล้อพ่อล้อแม่นี่ก็ปราบยากเหลือเกิน

- เวลาสอนอยู่ พอพูดประโยคนี้ปุ๊บแล้วทั้งห้องเฮปั๊บ ชักเริ่มสงสัย (กูต้องหลุดชื่อพ่อใครออกมาแน่นอน)

- ไม่เคยมีเรื่องชกต่อยในห้วยกะปิให้เห็นเลย แอบดีใจ เพราะไม่รู้จะปราบยังไง

- แต่เด็กแมร่งเล่นกันแรงโหดสัส จนไม่รู้ว่ามันหยอกกันหรือมันทะเลาะกันอยู่

- การทวงงานเด็ก เป็นงานที่น่าเบื่อมาก

- การตรวจงานเด็กที่ตามทวงแล้วมันเพิ่งจะมาส่ง น่าเบื่อกว่า

- สอนรวมแล้ว 9 ห้อง สั่งงานพร้อมกันที งานกองเต็มโต๊ะ เบื่อจะตรวจ หลับคางานเด็กแมร่งเลย

- เซ็นสมุดเด็กไปเป็นชื่อเราไม่ต่ำกว่า 4000 ลายเซ็นได้ 

- ถ่ายเอกสารใบงานให้เด็ก ไม่เคยเก็บตัง ตอนนี้มาเปิดดูเป๋าตัง อืมมมมม ครูเก็บตอนนี้ทันมั้ย

- แต่พอมาเห็นใบงานที่เราอุตส่าห์ถ่ายให้กลิ้งอยู่บนพื้นบ้าง ปลิวไปตามลมบ้าง แปลงร่างเป็นเครื่องบินร่อนลงตึกบ้าง แทบจะฆ่านักเรียนที่เป็นเจ้าของงานทิ้ง (ตังครูนะเฮ้ย ห้ามเล่น)

- แรกๆเด็กชอบมายืมโทรศัพท์เอาไว้โทรหาผู้ปกครองมารับกลับบ้าน

- เราก็ใจดี บางครั้งเติมตังโทรศัพท์ทีละมากๆเพื่อให้เด็กมาโทรโดยเฉพาะ (ครูดีมันต้องแบบนี้)

- หลังๆมันขอไปนั่งเล่นเกม

- และพอซื้อไอแพด เด็กดีใจ ได้เครื่องเล่นเกมเครื่องใหม่ (ของครูนะเฮ้ย)

- พอไม่ลงเกมมาตามที่เด็กขอ แมร่งงอล (ทำไมครูไม่ลง Minecraft อ่ะ ผมจะเล่น)

- กลับห้อง ก็เอามาชาร์ทแบต เพื่อพรุ่งนี้เด็กจะได้เล่นอีกรอบนึง

- ไปส่งลูกชายกลับบ้านแทบทุกวัน หลังๆเพิ่มมาเป็นสองคน 

- มอไซแว้นได้ไม่เกินสอง บรรทุกไปสี่ ยางแบน เติมลมบ่อยมากกกก

- แต่ก็ยังไปส่งทุกวัน

- สิ่งที่ประทับใจ อาจจะมีมากกว่านี้ แต่ตอนนี้คิดได้แค่นี้เอง

- พอเริ่มเหงาเมื่อไหร่ คิดถึงนักเรียนเมื่อไหร่ เด๋วครูจะแปลงเป็นสเตตัสให้เห็นเอง

- นักเรียนอ่านจบกันมั้ย

- คิดถึงนักเรียนจังเลย

- อย่าลืมครูนะ

- ครูน๊อต

- หนอนน้อย
 
 
 
ฝากเพจ ไดอารี่ครูฝึกสอน ด้วยครับผม ^^
 
 
 
.
 
ไดอารี่ครูฝึกสอน : สกิลพื้นฐานก่อนการไปฝึกสอน (ตอนที่ 1)

มาเขียนเอาตอนที่เรากำลังจะฝึกสอนจบเนี่ย มันช้าไปมั้ยวะ (เออแมร่ง มึงช้ามากกกกก) ถือว่าเป็นการเกริ่นนำเหตุการณ์คร่าวๆที่รุ่นน้องจะต้องไปเจอก่อนการฝึกสอนละกัน อันนี้ก็มาแบบเหมาทุกสถานการณ์ที่ต้องเจอเลยนะ เป็นแนวทางในการต้อนรับอนาคตครูอันสดใสที่รอน้องๆอยู่ (ใช่มั้ย??)

ไดอารี่ตอนนี้จะแบ่งเป็น สกิล(Skill) ที่น้องๆจะต้องมีติดตัวไว้ มาเริ่มกันที่สกิลแรกกันเลยดีกว่า

1. สกิลตื่นเช้า
อันนี้ขั้นพื้นฐานเลย เนื่องจากว่าเราต้องไปโรงเรียนก่อนเข้าแถวเคารพธงชาติซึ่งตรงกับเวลา 08.00 น. เนื่องด้วยโรงเรียนกระผมเป็นโรงเรียนที่ติดถนนใหญ่ การแว๊นมอไซค์ก็กลายเป็นเรื่องปกติไปซะแล้ว ซึ่งทุลักทุเลมากในช่วงแรก คือจะเกาะสอยห้อยตาม ซ้อนท้ายเพื่อนมาตลอด แต่พอเวลาเราสองไม่ตรงกัน (กูเริ่มสาย มึงจะไปเช้าก็ไปเลย กูนอนต่ออีกแปปนึงเด๋วตามไป) ทำให้ระยะหลังๆต้องแว๊นรถไปเอง

ถนนสุขุมวิทเป็นถนนที่การจราจรโหดสัส คือมึงห้ามขับช้าเด็ดขาด รถคันหลังจะตำตูดมึงคว่ำลงข้างทางแน่นอน เพราะฉะนั้นจงแว๊นให้ได้อย่างโปร ปาดซ้ายปาดขวา ไม่ต้องไปเกรงใจใครทั้งสิ้น ขอให้กูได้ถึงโรงเรียนและเซ็นชื่อเข้าสอนได้อย่างไม่สายเป็นพอ

การเซ็นชื่อเข้าโรงเรียนก็ต้องเซ็นอย่างโปรเช่นกัน พอมาถึงโรงเรียนปุ๊บ ดูนาฬิกาซิ อืมมมม 07.56 น. ไหนดูชื่อคนข้างหน้าซิเค้าลงที่เวลาเท่าไหร่ อืมมมม 07.30 น. โอเค กูลงเวลา 07.31 น. โปรฝุดๆอ่ะ 

สุดท้าย เซ็นชื่อออกตอน 16.30 พอดีเป๊ะ กลับก่อนเพื่อน ถึงห้องปั๊บหลับปุ๊บ ตื่นทุ่มนึง เล่นเฟซบุ๊ค เข้าเกมออนไลน์ ดูหนัง ฟังเพลง ต่อด้วยซีรี่ ดูนาฬิกาซิ อืมมมม ตีสอง นอน แล้วมึงก็สายเหมือนเดิม

2. สกิลยืนหน้าชั้นเรียน
เรื่องที่น่ากลัวที่สุดในสมัยเรียน คือ การออกมานำเสนองานหน้าชั้นเรียน เป็นกันทุกคนใช่มั้ย และแน่นอน การสอน มึงหลีกเลี่ยงที่จะมายืนหน้าชั้นไม่ได้โว้ยยยย (หรือมีใครยืนสอนหลังห้อง) การยืนหน้าห้องนั้น ครูฝึกสอนแรกๆก็แหงล่ะ สั่น ไม่กล้าสบตาเด็ก อายจนต้องหันหลังให้เด็กทำท่าเขียนกระดานกันไป แต่หลังๆเนี่ยก็เริ่มจะชิน ยืนเกาตูดต่อหน้าเด็กยังไม่อายเลย

วิธีแก้เขินตอนชืนหน้าชั้น ง่ายๆก็คือ สบตาเด็กซะ ไม่ต้องหลบ เขินก็เขินไปเหอะ ในที่สุดเราก็จะสู้สายตาเด็กได้เอง

ห้ามประหม่าเด็ดขาด เพราะเราเป็นคนที่เด่นที่สุดในห้องเรียน (แหงดิต้องยืนหน้าชั้นตลอดเวลา) การกระทำทุกอย่างจะโดนเก็บลงความทรงจำเด็ก และโดนเด็กเอาไปนินทาให้เราเผลอได้ยินบ่อยๆ เช่น เราพูดสะดุดหรือลิ้นพันกัน กึก เด็กหัวเราะกร๊ากๆๆๆๆๆยกห้อง เอาล่ะสิ ความมั่นใจเมื่อกี้กูหายหมดเลย เอ้านักเรียนอย่าเพิ่งหัวเราะครับ มาฟังต่อ อืมมมม ครูพูดถึงไหนแล้ววะ

ที่สำคัญที่สุด ห้ามอุทานเป็นภาษาพ่อขุนรามเด็ดขาด อย่างเช่น เขียนกระดานอยู่ ทำปากกาหล่น เชี่ย!!!! เหี้ย!!! พ่องตายยย แม่มึงร่วงงง ฉิบหายยย ฉีแหกกกกก เป็นต้น

หลุดมาเมื่อไหร่ โดนเด็กนักเรียนล้อยันเกรดฝึกสอนออกแน่นอน

3. สกิลการแต่งกาย
สำคัญอย่างยิ่งที่ครูฝึกสอนจะต้องดูดีทุกสถานการณ์เพื่อเป็นแบบอย่างให้เด็กนักเรียน การแต่งกายจะเป็นจุดเด่นที่สุดแล้ว เครื่องแบบนิสิตนี่แหละ ปกติเรียนในมหาลัยมา 4 ปี เวลากว่า 80% กูใส่ผิดระเบียบแมร่งทุกวัน กางเกงยีนส์เอย ห้อยจิลที่หูเอย ปล่อยชายเสื้อเอย ทำมาหมดแล้ววว ถ้าเป็นผู้หญิงก็สั้นเสมอฉิม รัดติ้วจุกโผล่กระดุมเด้ง เข็มขัดไม่ใส่ 

ทิ้งไปให้หมด เราจะแต่งกายตามระเบียบศึกษาศาสตร์กัน

ซึ่งแมร่งเป็นอุปสรรคต่อการสอนมากกกกก อากาศเมืองไทยแม่งร้อนนรกมากก เปิดเทอมใหม่ๆเนี่ยยังร้อนอยู่ เครื่องแบบผู้ชายนี่ก็ ปิดแมร่งทุกส่วน โผล่มาแค่คอกับมือ สอนเด็กไปจั๊กกะแร้เปียกไป ตกบ่ายต้องไปนั่งตากพัดลมเป่าให้เหงื่อแห้ง แทบจะถอดทุกอย่างทิ้งแล้วใส่แค่บ๊อกเซอร์สอนอยู่หน้าห้องจริงๆให้ตายเถิด

เครื่องแบบทุกอย่าง ห้ามเก่า!! ไม่งั้นเด็กก็ล้อยันเกรดฝึกสอนออกเช่นกัน ยกตัวอย่าง รองเท้าคุทชูคู่นี้ครูใส่มาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วครับนักเรียน มันเลยเป็นรูแบบนี้ ก็โดนเด็กเปรียบเทียบอีกว่า ทำไมครูใส่รองเท้ากากจัง ไม่เห็นเหมือนครูนิสิตคนนั้นเลย กร๊ากๆๆๆๆๆ

วันต่อมา เอาตังเก็บทั้งหมดไปซื้อคัทชูสุดหรูมาใส่ให้นักเรียนเห็น 

พอนักเรียนไม่ทันสังเกตเห็น แทบจะยกขึ้นมาโบกใส่หน้าแล้วบอกว่า นี่ไงๆๆ ครูซื้อคัทชูมาใหม่แล้วนะนักเรียน คู่ละเหยียบพันเลยนะ 555555

จบที่ 3 สกิลก่อนละกัน แบ่งไว้เขียนมั่งนะ เด๋วจะหมดมุก สกิลที่เหลือก็มีความสำคัญต่อการฝึกสอนไม่แพ้กัน

โปรดติดตามตอนต่อไป
 
+
แปะลิ้งเพจ ไดอารี่ครูฝึกสอน จิ้มๆๆๆๆ
+