ไดอารี่ครูฝึกสอน : สกิลพื้นฐานก่อนการไปฝึกสอน (ตอนที่ 1)

มาเขียนเอาตอนที่เรากำลังจะฝึกสอนจบเนี่ย มันช้าไปมั้ยวะ (เออแมร่ง มึงช้ามากกกกก) ถือว่าเป็นการเกริ่นนำเหตุการณ์คร่าวๆที่รุ่นน้องจะต้องไปเจอก่อนการฝึกสอนละกัน อันนี้ก็มาแบบเหมาทุกสถานการณ์ที่ต้องเจอเลยนะ เป็นแนวทางในการต้อนรับอนาคตครูอันสดใสที่รอน้องๆอยู่ (ใช่มั้ย??)

ไดอารี่ตอนนี้จะแบ่งเป็น สกิล(Skill) ที่น้องๆจะต้องมีติดตัวไว้ มาเริ่มกันที่สกิลแรกกันเลยดีกว่า

1. สกิลตื่นเช้า
อันนี้ขั้นพื้นฐานเลย เนื่องจากว่าเราต้องไปโรงเรียนก่อนเข้าแถวเคารพธงชาติซึ่งตรงกับเวลา 08.00 น. เนื่องด้วยโรงเรียนกระผมเป็นโรงเรียนที่ติดถนนใหญ่ การแว๊นมอไซค์ก็กลายเป็นเรื่องปกติไปซะแล้ว ซึ่งทุลักทุเลมากในช่วงแรก คือจะเกาะสอยห้อยตาม ซ้อนท้ายเพื่อนมาตลอด แต่พอเวลาเราสองไม่ตรงกัน (กูเริ่มสาย มึงจะไปเช้าก็ไปเลย กูนอนต่ออีกแปปนึงเด๋วตามไป) ทำให้ระยะหลังๆต้องแว๊นรถไปเอง

ถนนสุขุมวิทเป็นถนนที่การจราจรโหดสัส คือมึงห้ามขับช้าเด็ดขาด รถคันหลังจะตำตูดมึงคว่ำลงข้างทางแน่นอน เพราะฉะนั้นจงแว๊นให้ได้อย่างโปร ปาดซ้ายปาดขวา ไม่ต้องไปเกรงใจใครทั้งสิ้น ขอให้กูได้ถึงโรงเรียนและเซ็นชื่อเข้าสอนได้อย่างไม่สายเป็นพอ

การเซ็นชื่อเข้าโรงเรียนก็ต้องเซ็นอย่างโปรเช่นกัน พอมาถึงโรงเรียนปุ๊บ ดูนาฬิกาซิ อืมมมม 07.56 น. ไหนดูชื่อคนข้างหน้าซิเค้าลงที่เวลาเท่าไหร่ อืมมมม 07.30 น. โอเค กูลงเวลา 07.31 น. โปรฝุดๆอ่ะ 

สุดท้าย เซ็นชื่อออกตอน 16.30 พอดีเป๊ะ กลับก่อนเพื่อน ถึงห้องปั๊บหลับปุ๊บ ตื่นทุ่มนึง เล่นเฟซบุ๊ค เข้าเกมออนไลน์ ดูหนัง ฟังเพลง ต่อด้วยซีรี่ ดูนาฬิกาซิ อืมมมม ตีสอง นอน แล้วมึงก็สายเหมือนเดิม

2. สกิลยืนหน้าชั้นเรียน
เรื่องที่น่ากลัวที่สุดในสมัยเรียน คือ การออกมานำเสนองานหน้าชั้นเรียน เป็นกันทุกคนใช่มั้ย และแน่นอน การสอน มึงหลีกเลี่ยงที่จะมายืนหน้าชั้นไม่ได้โว้ยยยย (หรือมีใครยืนสอนหลังห้อง) การยืนหน้าห้องนั้น ครูฝึกสอนแรกๆก็แหงล่ะ สั่น ไม่กล้าสบตาเด็ก อายจนต้องหันหลังให้เด็กทำท่าเขียนกระดานกันไป แต่หลังๆเนี่ยก็เริ่มจะชิน ยืนเกาตูดต่อหน้าเด็กยังไม่อายเลย

วิธีแก้เขินตอนชืนหน้าชั้น ง่ายๆก็คือ สบตาเด็กซะ ไม่ต้องหลบ เขินก็เขินไปเหอะ ในที่สุดเราก็จะสู้สายตาเด็กได้เอง

ห้ามประหม่าเด็ดขาด เพราะเราเป็นคนที่เด่นที่สุดในห้องเรียน (แหงดิต้องยืนหน้าชั้นตลอดเวลา) การกระทำทุกอย่างจะโดนเก็บลงความทรงจำเด็ก และโดนเด็กเอาไปนินทาให้เราเผลอได้ยินบ่อยๆ เช่น เราพูดสะดุดหรือลิ้นพันกัน กึก เด็กหัวเราะกร๊ากๆๆๆๆๆยกห้อง เอาล่ะสิ ความมั่นใจเมื่อกี้กูหายหมดเลย เอ้านักเรียนอย่าเพิ่งหัวเราะครับ มาฟังต่อ อืมมมม ครูพูดถึงไหนแล้ววะ

ที่สำคัญที่สุด ห้ามอุทานเป็นภาษาพ่อขุนรามเด็ดขาด อย่างเช่น เขียนกระดานอยู่ ทำปากกาหล่น เชี่ย!!!! เหี้ย!!! พ่องตายยย แม่มึงร่วงงง ฉิบหายยย ฉีแหกกกกก เป็นต้น

หลุดมาเมื่อไหร่ โดนเด็กนักเรียนล้อยันเกรดฝึกสอนออกแน่นอน

3. สกิลการแต่งกาย
สำคัญอย่างยิ่งที่ครูฝึกสอนจะต้องดูดีทุกสถานการณ์เพื่อเป็นแบบอย่างให้เด็กนักเรียน การแต่งกายจะเป็นจุดเด่นที่สุดแล้ว เครื่องแบบนิสิตนี่แหละ ปกติเรียนในมหาลัยมา 4 ปี เวลากว่า 80% กูใส่ผิดระเบียบแมร่งทุกวัน กางเกงยีนส์เอย ห้อยจิลที่หูเอย ปล่อยชายเสื้อเอย ทำมาหมดแล้ววว ถ้าเป็นผู้หญิงก็สั้นเสมอฉิม รัดติ้วจุกโผล่กระดุมเด้ง เข็มขัดไม่ใส่ 

ทิ้งไปให้หมด เราจะแต่งกายตามระเบียบศึกษาศาสตร์กัน

ซึ่งแมร่งเป็นอุปสรรคต่อการสอนมากกกกก อากาศเมืองไทยแม่งร้อนนรกมากก เปิดเทอมใหม่ๆเนี่ยยังร้อนอยู่ เครื่องแบบผู้ชายนี่ก็ ปิดแมร่งทุกส่วน โผล่มาแค่คอกับมือ สอนเด็กไปจั๊กกะแร้เปียกไป ตกบ่ายต้องไปนั่งตากพัดลมเป่าให้เหงื่อแห้ง แทบจะถอดทุกอย่างทิ้งแล้วใส่แค่บ๊อกเซอร์สอนอยู่หน้าห้องจริงๆให้ตายเถิด

เครื่องแบบทุกอย่าง ห้ามเก่า!! ไม่งั้นเด็กก็ล้อยันเกรดฝึกสอนออกเช่นกัน ยกตัวอย่าง รองเท้าคุทชูคู่นี้ครูใส่มาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วครับนักเรียน มันเลยเป็นรูแบบนี้ ก็โดนเด็กเปรียบเทียบอีกว่า ทำไมครูใส่รองเท้ากากจัง ไม่เห็นเหมือนครูนิสิตคนนั้นเลย กร๊ากๆๆๆๆๆ

วันต่อมา เอาตังเก็บทั้งหมดไปซื้อคัทชูสุดหรูมาใส่ให้นักเรียนเห็น 

พอนักเรียนไม่ทันสังเกตเห็น แทบจะยกขึ้นมาโบกใส่หน้าแล้วบอกว่า นี่ไงๆๆ ครูซื้อคัทชูมาใหม่แล้วนะนักเรียน คู่ละเหยียบพันเลยนะ 555555

จบที่ 3 สกิลก่อนละกัน แบ่งไว้เขียนมั่งนะ เด๋วจะหมดมุก สกิลที่เหลือก็มีความสำคัญต่อการฝึกสอนไม่แพ้กัน

โปรดติดตามตอนต่อไป
 
+
แปะลิ้งเพจ ไดอารี่ครูฝึกสอน จิ้มๆๆๆๆ
+
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

สู้สู้
( confused smile confused smile )
รอติดตามตอนต่อไป

#1 By Nirankas on 2014-02-18 19:46